Open, Close และ Auto Position
การส่งคำสั่งซื้อขาย TFEX ต้องแยก 2 เรื่อง ออกจากกันให้ชัดเจน
- Side: Long / Short บอกว่าเรากำลังซื้อหรือขาย
- Position: Open / Close / Auto บอกว่าคำสั่งนั้นจะเปิดสถานะใหม่ ปิดสถานะเดิม หรือให้ระบบเลือกให้
| สถานะเดิม | Side ที่ส่ง | Position | ผลลัพธ์ |
|---|---|---|---|
| ไม่มีสถานะ | Long | Open | เปิด Long |
| ไม่มีสถานะ | Short | Open | เปิด Short |
| มี Long | Short | Close | ลดหรือปิด Long |
| มี Short | Long | Close | ลดหรือปิด Short |
การปิด Short ไม่ใช่การเลือก “Close Short” แต่คือการส่งคำสั่งฝั่ง Long และเลือก Position = Close เพื่อซื้อคืนสถานะ Short เดิม
ตัวอย่าง SET50: เปิดและปิด Short Call
สมมติว่าเราเลือก SET50 Call ที่ Strike 1000 และต้องการเปิด Short Call 1 สัญญา
ตอนเปิดสถานะใน Streaming
Side: Short
Position: Open
Order Text ใน OptionsGo
SC 1000 @20.0 x 1
ภายหลัง Premium ลดลงเหลือ 10.0 และเราต้องการปิด Short Call เดิม 1 สัญญา
ตอนปิดสถานะใน Streaming
Side: Long
Position: Close
Order Text ใน OptionsGo
LC 1000 @10.0 x 1
เมื่อเป็น Series และ Strike เดียวกัน จำนวน 1 สัญญาฝั่ง Long จะหักล้าง Short Call เดิม ส่วนราคา 10.0 คือ Premium ที่ยอมจ่ายเพื่อซื้อคืนจริง
Order Text ของ OptionsGo อธิบายขาของพอร์ตด้วย LF, SF, LC, SC, LP และ SP แต่ไม่ได้ส่งค่า Open/Close ไปให้ Streaming เราจึงยังต้องเลือก Position ให้ถูกต้องตอนส่งคำสั่งจริง เว้นแต่บัญชีเปิดใช้ Auto Position แล้ว
ตัวอย่าง USD/THB: เปิดและปิด Short Call
สมมติเลือก USD/THB Call Strike 33.50 และเปิด Short Call 1 สัญญาที่ Premium 0.10
| ขั้นตอน | Side | Position | Order Text ใน OptionsGo |
|---|---|---|---|
| เปิด Short Call | Short | Open | SC 33.50 @0.10 x 1 |
| ปิดเมื่อ Premium เหลือ 0.05 | Long | Close | LC 33.50 @0.05 x 1 |
เมื่อเป็น Series และ Strike เดียวกัน Long Call 1 สัญญาจะซื้อคืนและปิด Short Call เดิม ส่วนต่าง Premium ก่อนค่าใช้จ่ายคือ (0.10 − 0.05) × 1,000 = 50 บาทต่อสัญญา
Auto Position คืออะไร
เมื่อเลือก Position = Auto ระบบจะพิจารณาสถานะคงค้างของ Series เดียวกันและเลือก Open หรือ Close ให้โดยอัตโนมัติ โดยทั่วไปจะหักสถานะเดิมก่อน หากจำนวนคำสั่งมากกว่าสถานะที่มี ส่วนที่เกินอาจกลายเป็นการเปิดสถานะสุทธิฝั่งตรงข้าม ทั้งนี้ขึ้นกับเงื่อนไขของโบรกเกอร์และระบบหลังบ้าน
ตัวอย่าง: มี Short Call 1 สัญญา แล้วส่ง Long Call 2 สัญญาด้วย Auto ระบบอาจใช้ 1 สัญญาเพื่อปิด Short เดิม และอีก 1 สัญญาเพื่อเปิด Long ใหม่ จึงควรตรวจ Net Position หลังคำสั่งจับคู่เสมอ
หากหน้า Streaming ของคุณยังไม่มีตัวเลือก Auto สามารถแจ้งมาร์เก็ตติ้งหรือโบรกเกอร์ให้เปิดฟีเจอร์ Auto Position ได้ เมื่อโบรกเกอร์นั้นรองรับ
Auto Position ช่วยลดขั้นตอนการเลือก Open/Close แต่ไม่ใช่ระบบควบคุมความเสี่ยง ก่อนยืนยันคำสั่งให้ตรวจ Symbol, Series, Strike, Side, จำนวนสัญญา และสถานะสุทธิทุกครั้ง
เช็กลิสต์ก่อนส่งคำสั่งปิดสถานะ
- เลือก Symbol, Series และ Strike ให้ตรงกับสถานะเดิม
- เลือก Side ตรงข้ามกับสถานะที่ต้องการปิด
- เลือก Position = Close หรือ Auto
- ตรวจจำนวนสัญญา โดยเฉพาะเมื่อใช้ Auto
- หลังคำสั่งจับคู่ ตรวจ Order Status และ Net Position อีกครั้ง
- หากไม่มี Auto Position ให้ติดต่อมาร์เก็ตติ้งหรือโบรกเกอร์